จิตวิญญาณของทหาร
โดย admin เมื่อ

จิตวิญญาณของทหาร

18 ตุลาคม 2554

    บ้านเมืองของเราอยู่กับทหารกันอย่างใกล้ชิดมาเนินนาน และในโอกาสที่ กองทัพมีส่วนอย่างมากในการช่วยเหลือประชาชนในยามยาก  จึงนำบทความนี้ มาให้ผู้สนใจเรื่องทหารได้รู้จักว่าทหารแท้ๆ เขาเป็นอย่างไร

     เผื่อว่าหลายๆ คนไม่รู้จักทหารจริงๆ  รู้จักเพียงแต่นักกอล์ฟในเครื่องแบบ ก็เลย “สรุปคัดลอก” บทความที่นายทหารผู้หนึ่ง (ผบ.กรมฯ) เขียนไว้มาให้อ่านกัน

 

จิตวิญญาณของทหาร

    ทหารเป็นผู้มีเกียรติเมื่อเป็นผู้ถือผู้รักษาอาวุธของชาติ มียศมีศักดิ์ มีคำนำหน้าชื่อ พร้อมเจ็บพร้อมตายก่อนคนอื่นในชาติตามหน้าที่ บรรพบุรุษของทหารหาญได้สละชีพ เอาเลือดทาแผ่นดิน ปกป้องมาตุภูมิและพระมหาเศวตฉัตร เอาชีพทับถมกันเพื่อให้ชาติยังคงอยู่ จิตวิญญาณของทหารคือ เกียรติ วินัย กล้าหาญ อดทน ทหารที่ดีต้องมีจิตวิญญาณของทหาร ดำรงชีพดำรงตนอยู่บนพื้นฐานของความเป็นผู้มีหน้าที่ปกป้องชาติและราชบัลลังก์ หน้าที่ต้องมาก่อนสิ่งอื่นใดในชีวิตและลมหายใจ เหนือพ่อแม่ พี่น้อง เพื่อนฝูง ลูกเมีย 

 

    เสียงระเบิดจักต้องไม่ดังไปกว่าเสียงเต้นของหัวใจ ความกล้าหาญ ความองอาจ ความมีสติ จะพาให้กองทัพและแผ่นดินปลอดภัยจากอริราชศัตรู จิตวิญญาณของทหารจะเป็นมิ่งขวัญ และแรงบันดาลใจในการต่อสู้กับข้าศึกของแผ่นดิน การพลีชีพของทหารในสนามรบ ถือได้ว่า เป็นเกียรติสูงสุดที่มนุษย์คนหนึ่งที่ถือกำเนิดบนแผ่นดินนี้พึงได้รับ

 

เกียรติ วินัย กล้าหาญ อดทน

 

     เกียรติของทหารในยามสงบ คือการได้ช่วยเหลือชนในชาติ คือการเป็นที่พึ่งพิงของเหล่า อาณาประชาราษฎร์ หน้าที่ของทหารในยามสงบในทางพฤตินัยคือการฝึกศึกษาหาวิชาความรู้ ในการศึกและสงคราม ทหารที่ดีนั้นจะไม่หยุดนิ่งในการเสาะแสวงหาความรู้ในด้านต่างๆ เพื่อเพิ่มพูน ทักษะและความสามารถของตน มิใช่เพียงเพื่อยศถาบรรดาศักดิ์ มิใช่เพียงเพื่อการอยู่เหนือผู้อื่น แต่เพื่อให้อาวุธในตัวตนนั้นทรงประสิทธิภาพแลเป็นที่พึ่งได้แก่ผู้บังคับบัญชาและผู้ใต้บังคับบัญชา ผู้นำกองทหารที่ดี ต้องคำนึงถึงชีวิตและความรู้สึกของทหารในกอง เพราะตนนั้นคือผู้เป็นขวัญกำลังใจในเบื้องต้นของผู้ใต้บังคับบัญชา

 

     เกียรติของทหารในยามวิกฤต คือการได้อยู่เคียงข้างประชาชน คือการได้ปลดเปลื้องทุกข์ ของประชาชนส่วนรวม โดยมีผลประโยชน์ของชาติเป็นหลักเป็นที่ตั้ง หากทหารละเลยหน้าที่ หรือเพิกเฉยในยามวิกกฤต หรือปฎิบัติหน้าที่โดยมิชอบ มิได้ถือเอาบ้านเมืองเป็นหลักเป็นชัย ก็ไม่ต่างจากทหารทรราชย์ ถือได้ว่าเป็นผู้ทุรยศต่อชาติแลประชาชนผู้ที่เป็นผู้เลี้ยงดูกองทัพ เกียรติก็จะหม่นหมอง วินัยก็จะย่อหย่อน กล้าหาญก็ลดเลือน อดทนก็จะอัปยศ จิตวิญญาณของทหารก็จะเสื่อมสูญ

 

     วินัยของทหารในยามศึก คือการเคร่งครัดต่อคำสั่งและหน้าที่ ถือได้ว่าวินัยเป็นเครื่องควบคุมจิตใจและความคิด ทุกพื้นฐานของความคิดของทหารในยามศึกต้องอยู่ภายใต้วินัย อาวุธของชาติในมือจะทรงประสิทธิภาพในสนามรบถ้าทหารผู้ถือผู้นั้นมีวินัยเป็นที่ตั้ง  วินัยในยามศึกเป็นสิ่งสำคัญในลำดับแรกของทหารทุกผู้ในสนามรบ วินัยในการเชื่อมั่นถือมั่นในคำสั่งผู้บังคับบัญชา วินัยในการปฎิบัติหน้าที่รบตามจิตวิญญาณของทหารที่ดี วินัยในการควบคุมจิตใจให้หาญกล้าไม่ขลาดเขลาหรือขลาดกลัว วินัยในการบัญชาการสติปัญญาแห่งตนในการเอาชนะข้าศึก กองทัพใดๆหากทหารในกองทัพนั้นๆเป็นผู้มีวินัยสูง กองทัพนั้นจะทรงประสิทธิภาพนับเท่าพันทวี

 

ทหารบริจาคโลหิตให้สภากาชาติไทย

 

     วินัยของทหารในยามสงบ คือการเคร่งครัดต่อกฎระเบียบและแบบธรรมเนียมที่ดีงามของทหารและกองทัพ ทหารที่ดีต้องมีวินัยต่อตนเองและหน้าที่ในยามสงบ วินัยในการบังคับบัญชา วินัยในการบริหารจัดการกองทัพ วินัยในการครองตนดำรงวิชาชีพแห่งทหาร สิ่งเหล่านี้จะทำให้กองทัพเป็นปึกแผ่นและมีเสถียรภาพในยามสงบและพร้อมรบพร้อมออกศึก หรือพร้อมเป็นที่พึงพิง ของประชาชนพลเรือนเมื่อยามศึกหรือยามชาติวิกฤต ตราบใดที่ทหารทุกผู้ในกองทัพเคารพและมีวินัย ต่อวิชาชีพและจิตวิญญาณของทหารแห่งตนเอง

 

     วินัยของทหารในยามวิกฤต คือการเคร่งครัดต่อจิตวิญญาณทหาร วินัยในยามวิกฤตจะเป็นเครื่องกำหนดและกลั่นกรองว่า เราเป็นใคร หน้าที่เราคืออะไร เราถืออาวุธของใคร และถือเพื่อสิ่งใด หากทหารในกองทัพใดขาดวินัยของทหารในยามวิกฤต กองทัพนั้นจะแตกแยกและอ่อนแอ ด้วยเพราะทหารในกองทัพนั้นไม่รู้ว่าตนคือใคร ทำหน้าที่อะไร ถืออาวุธของใคร และถือเพื่อใคร ทหารในกองทัพที่ขาดวินัยในข้อนี้จะกลายเป็น เครื่องมือของผู้อื่นที่เบี่ยงเบนเจตจำนงของทหารแห่งชาติและราชบัลลังก์

 

     กล้าหาญในยามศึก คือการที่กล้าจะเผชิญหน้ากับศัตรู กล้าที่จะเข้าสู่สนามประหัตประหารอย่างมีเกียรติมีวินัย กล้าที่จะเจ็บ กล้าที่จะตายอย่างมีสติอย่างมั่นคง เพื่อความสงบสุขของชนในชาติ และเพื่อธำรงค์ไว้ซึ่งพระมหาเศวตฉัตรแห่งองค์จอมทัพ ความกล้าหาญของทหารในยามศึกเป็นหัวใจหลัก

ของการสงคราม กองทัพที่มีพลที่กล้าหาญไม่กลัวเจ็บ ไม่กลัวตาย ไม่ระย่อต่อแสนยานุภาพของข้าศึก กองทัพนั้นถือได้ว่ามีพลานุภาพที่น่าเกรงขาม พลน้อยอาจเอาชนะพลมากได้ ตัวอย่างเคยมีมาแล้วจากการสงครามหลายๆ ครั้งที่ผ่านมาในโลก ในสนามรบนั้นการรบแบบตัวต่อตัว ยุทธต่อยุทธ ทัพต่อทัพ

 

เขาวัดกันที่จิตใจ วัดกันที่สำนึก วัดกันที่ความกล้า ทัพที่กล้าหาญแม้เมื่อจบศึกแล้ว ถึงแม้จะประสพกับ ความปราชัย แต่ก็มิเคยมีผู้ใดติเตียน มีแต่จะยกย่องและสรรเสริญในน้ำใจของทหารผู้กล้ากันทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นคู่ศึกไหน

 

     กล้าหาญในยามสงบ คือความกล้าที่จะเรียนรู้ กล้าที่จะฝึกฝน กล้าที่จะบำบัดทุกข์บำรุงสุขให้กับ คนในชาติ  ประชาชนคือผู้เสียภาษี ถือได้ว่าเป็นผู้เลี้ยงดูกองทัพ ทหารควรกล้าหาญที่จะ ปกป้องประชาชน เคียงข้างประชาชนทุกเภททุกภัย ทหารก็คือประชาชนที่มีหน้าที่ ทหารก็คือ

 

ประชาชนที่สวมเครื่องแบบ มียศมีศักดิ์ ความกล้าหาญของทหารในยามสงบ คือการดำรงความเป็นทหารที่ดี ที่พร้อมจะปกปักรักษาชาติราชบัลลังก์และประชาชน ความองอาจกล้าหาญของทหารในยามสงบนั้น ล้วนแล้วแต่ทำให้ชนในชาติอุ่นใจ ฮึกเหิม และรู้สึกปลอดภัยภูมิใจในความเป็นเอกราช ภูมิใจในความเป็นชาติ

 

พลตรี ตะวัน เรืองศรี

 

     กล้าหาญในยามวิกฤต คือความกล้าที่จะยึดมั่นในสิ่งสูงสุดที่ทหารของชาติและราชบัลลังก์พึงกระทำ ทหารคือฟางเส้นสุดท้ายของประชาชนในยามชาติวิกฤต ความกล้าหาญของทหารในยามชาติวิกฤต จะช่วยให้ชาติอยู่รอดปลอดภัย แต่นั่นก็ขึ้นอยู่กับทุกย่อหน้าด้านบนที่กล่าวไว้

 

     สิ่งสุดท้ายในชีวิตของทหารทุกคนคือชาติ เมื่อใดชาติแตกสลาย นั่นคือจิตวิญญาณ ของความเป็นทหารก็แตกสลายตามไปด้วย ไม่มีชาติ ทหารจะมีความหมายอะไร ดังนั้นความกล้าหาญของทหารในยามชาติวิกฤต คือบทสุดท้ายที่ทหารทุกผู้ควรระวัง และหมั่นทบทวนตัวเองในทุกสิ่งที่ทุกย่อหน้าข้างบนกล่าวไว้

 

     อดทนในยามศึก คือการยอมทนได้ในทุกสภาพการณ์ของทหารในสนามรบ ความกดดัน ความหวั่นไหว สองสิ่งนี้คือศัตรูสำคัญที่คอยลดกำลังรบในตัวตนของทหารในสนามรบ ความอดทน คืออาวุธเดียวที่จะใช้ต่อสู้กับความรู้สึกศัตรูทั้งสอง หากเราพ่ายแพ้ต่อความรู้สึกตัวเอง นั่นหมายถึง เรากำลังจะหนีข้าศึก เรากำลังจะละทิ้งหน้าที่ เรากำลังกลัว จากนั้น แรงหนีตายจะเป็นสิ่งสุดท้ายที่จะ ขับเคลื่อนจิตใจให้เราแตกพ่าย แนวรบจะล่มสลาย กองทัพจะปราชัย ชาติจะสิ้นสูญ

     ความอดทนของทหารในยามศึกจะต้องถูกขับเคลื่อนด้วยจิตวิญญาณของทหาร ความอดทนอดกลั้นต่อความยากลำบาก ต่ออันตรายนานับประการในสนามรบ จะช่วยทำให้ทหารมีสติ มีความกล้า ทำให้ทหารไม่สูญเสียกำลังรบในตัวเอง ทหารหนึ่งคน ในยามศึกจะต้องมีสิ่งเหล่านี้ในตัวตน ซึ่งเราเรียกว่ากำลังรบของตนเอง นั่นคือ จิตวิญญาณของทหาร อันประกอบไปด้วย ๕ สิ่งคือ

 

ชาติ เกียรติ  วินัย กล้า  หาญ อดทน

 

     อดทนในยามสงบ คือความอดทน อดกลั้นต่อแรงบีบคั้นจากการเป็นผู้ที่ต้องรักษาวินัยและระเบียบแบบแผนอย่างเคร่งครัด อดทนฝึกฝน อดทนร่ำเรียนเพิ่มพูนขีดความสามารถในด้านต่างๆ ที่ทหารควรจะพึงมี ความอดทนของทหารในยามสงบกล่าวได้ว่าเป็นการฝึกตนให้อยู่ในกรอบ ในระเบียบวินัย ทหารมิอาจประพฤติตนได้แบบพลเรือนในหลายๆ สิ่งเมื่อยามสวมเครื่องแบบ ความอดทนในยามสงบตามรูปแบบของทหารกล่าวโดยรวมนั่นก็คือ อดทนที่จะอยู่อย่างผู้มีระเบียบวินัยในทุกก้าวย่าง ในทุกอริยาบท ในทุกๆ ที่

 

ทหารพร้อมจะฝึกหนักเพื่อปกป้องประเทศชาติ

 

     อดทนในยามวิกฤต คือความอดทนที่ยากยิ่งยวดในเวลาคับขัน อดทนอดกลั้นทั้งกาย วาจา ใจ อดทนต่อคำสั่งและภาระหน้าที่ของตนเอง ความอดทนในยามวิกฤตของทหาร เป็นสิ่งที่ทหารทุกคน พึงกระทำ ทหารก็คือมนุษย์คนหนึ่ง มีเลือด มีเนื้อ มีความรู้สึกนึกคิด การอดทนต่อแรงซ่อนเร้นใน

 

จิตใจของมนุษย์ เช่น อดทนต่อความกลัว อดทนต่อความโกรธ อดทนต่อความเงียบเหงา อดทนต่อสภาวะเสี่ยง ความอดทนในสิ่งเหล่านี้ทหารจะต้องมีมากกว่าผู้อื่น อาชีพอื่น

 

     อย่างไรก็ดี ชาติ เกียรติ วินัย กล้าหาญ  ๔ ใน ๕ สิ่งอันประกอบขึ้นเป็นจิตวิญญาณของทหารนั้น จะเป็นสิ่งที่กำหนดขีดความอดทนของทหาร ความอดทนของทหารในยามวิกฤตนั้นเป็นสิ่งสุดท้าย ที่จะรองรับทั้ง ๔ สิ่งเพื่อบรรลุผลสำเร็จในการเข้าถึงจิตวิญญาณของทหาร

     เมื่อใดที่ทหารผู้หนึ่งผู้ใดเข้าถึงจิตวิญญาณของทหาร ทหารผู้นั้นย่อมถือได้ว่าเป็นทหารทั้งร่างกายและจิตใจ และทหารผู้นั้นคือผู้ที่ประสบความสำเร็จต่อตนเองในวิชาชีพทหารอย่างแท้จริง และกล้าที่จะประกาศ ต่อสาธารณะได้อย่างมิต้องอับอายผู้ใดทั้งในที่ลับและที่แจ้งว่า * กูคือทหารของชาติและราชบัลลังก์ *

 

 วรวรรณ ธาราภูมิ